วันพฤหัสบดีที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2557

คำอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับพืชอวบน้ำ

ไม้อวบน้ำคืออะไร ??? What is Succulents?



ไม้อวบน้ำ คือพืชชนิดหนึ่งที่ต้องปรับตัวให้ทนแล้ง ที่สามารถกักเก็บน้ำไว้ภายในจำนวนมาก ทำให้ส่วนต่างๆที่ทำหน้าที่นี้บวม พองออก ดูอวบอิ่ม ซึ่งความโด่ดเด่นของไม้อวบน้ำคือ การสังเคราะห์แสงที่แตกต่างจากพืชอื่นๆ ตรงที่จะปิดปากใบตอนกลางวัน และเปิดปากใบตอนกลางคืน เนื่องจาก กลางวันนั้นอากาศค่อนข้างร้อน ถ้าเปิดปากใบก็จะทำให้น้ำระเหยออกจากลำต้นเป็นจำนวนมาก ซึ่งสมาชิดในไอวบน้ำนั้นก็กระจายอยู่ในพืชวงศ์ต่างๆ ที่มีการปรับตัวให้สามารถกักเก็บน้ำไว้ใช้ในยามแล้งได้ ซึ่งที่ขาดไปได้ในกลุ่มนี้คือ แคคตัส (Cactus) แต่ก็ถือเป็นไม้ประเภทเดียวที่มีลักษณะเฉพาะตัวแตกต่างจากคือจะมีตุ่มหนาม ซึ่งเป็นจุดกำเนิดของหนาม ดอก และกิ่งใหม่ ซึ่งก็จะสามารถแบ่งได้ 2 วงศ์ใหญ่ๆ คือ วงศ์ Cactaceae และไม่อวบน้ำอื่นๆ จำพวก Agaveceae Euphorbiaceae ฯ

วันพุธที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2557

ว่านหางจระเข้

ว่านหางจระเข้ เป็นต้นพืชที่มีเนื้ออิ่มอวบ จัดอยู่ในตระกูลลิเลี่ยม (Lilium) แหล่งกำเนิดดั้งเดิมอยู่ในชายฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียนและบริเวณตอนใต้ของทวีปแอฟริกา พันธุ์ของว่านหางจระเข้มีมากมายกว่า 300 ชนิด ซึ่งมีทั้งพันธุ์ที่มีขนาดใหญ่มากจนไปถึงพันธุ์ที่มีขนาดเล็กกว่า 10 เซนติเมตร ลักษณะพิเศษของว่านหางจระเข้ก็คือ มีใบแหลมคล้ายกับเข็ม เนื้อหนา และเนื้อในมีน้ำเมือกเหนียว ว่านหางจระเข้ผลิดอกในช่วงฤดูหนาว ดอกจะมีสีต่างๆกัน เช่น เหลือง ขาว และแดง เป็นต้น ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับพันธุ์ของมัน
คำว่า "อะโล" (Aloe) เป็นภาษากรีซโบราณ หมายถึงว่านหางจระเข้ ซึ่งแผลงมาจากคำว่า "Allal" มีความหมายว่า ฝาดหรือขม ในภาษายิว ฉะนั้นเมื่อผู้คนได้ยินชื่อนี้ ก็จะทำให้นึกถึงว่านหางจระเข้ ว่านหางจระเข้เดิมเป็นพืชที่ขึ้นในเขตร้อนต่อมาได้ถูกนำไปแพร่พันธุ์ในยุโรปและเอเชีย และทุกวันนี้ทั่วโลกกำลังเกิดกระแสนิยมว่านหางจระเข้กันเป็นการใหญ่


ลักษณะทางพฤกษศาสตร์

ว่านหางจระเข้เป็นพืชชนืดหนึ่งที่พืชอวบน้ำลำต้นสั้นหรือไม่มีลำต้นสูง 60–100 ซม.(24–39 นิ้ว) กระจายพันธุ์โดยตะเกียง ใบหนาอ้วนมีสีเขียวถึงเทา-เขียว บางสายพันธุ์มีจุดสีขาวบนและล่างของโคนใบ ขอบใบเป็นหยักและมีฟันเล็กๆสีขาว ออกดอกในฤดูร้อนบนช่อเชิงลด สูงได้ถึง 90 ซม (35 นิ้ว) ดอกเป็นดอกห้อย วงกลีบดอกสีเหลืองรูปหลอด ยาว 2–3 ซม. (0.8–1.2 นิ้ว) ว่านหางจระเข้ก็เหมือนพืชชนิดอื่นในสกุลที่สร้างอาร์บัสคูลาร์ไมคอร์ไรซา (arbuscular mycorrhiza) ขึ้น ซึ่งเป็นสมชีพที่ทำให้พืชดูดซึมสารอาหารและแร่ธาตุในดินได้ดีขึ้น

การเพาะปลูก

ว่านหางจระเข้ปลูกง่าย โดยการใช้หน่ออ่อน ปลูกได้ดีในบริเวณทะเลที่เป็นดินทราย และมีปุ๋ยอุดมสมบูรณ์ดี จะปลูกเอาไว้ในกระถางก็ได้ ในแปลงปลูกก็ได้ ปลูกห่างกันสัก 1-2 ศอก เป็นพืชที่ต้องการน้ำมาก แต่ต้องมีการระบายน้ำดีพอ มิฉะนั้นจะทำให้รากเน่าและตาย ว่านหางจระเข้ชอบแดดรำไร ถ้าถูกแดดจัดใบจะเป็นสีน้ำตาลแดง



ความหมายพืชอวบน้ำ

พืชอวบน้ำ (Succulent plants หรือ succulents) เป็นพืชที่กักเก็บน้ำไว้ในราก ใบ หรือลำต้น ที่อวบ และนุ่ม ความอวบหรือความใหญ่นั้นขึ้นอยู่กับปริมาณของเนื้อเยื่อพาเรงคิมา (parenchyma) เช่น ในว่านหางจระเข้ (Aloe vera) การเก็บน้ำในลักษณะดังกล่าว ทำให้มันสามารถมีชีวิตรอดในสภาพแวดล้อมที่แห้งแล้งได้ ในตอนกลางวัน สภาพที่อยู่ของมันมักจะร้อนจัด แต่ในตอนกลางคืนอากาศจะเย็นลง ทำให้พืชอวบน้ำเปิดปากใบ และคายคาร์บอนไดออกไซด์ และมีบ่อยครั้งที่น้ำค้างในตอนเช้ามืดช่วยให้พืชเหล่านี้มีชีวิตรอดได้ และด้วยการใช้ขนที่ยาว ซึ่งขึ้นคลุมทั่วพื้นผิวส่วนใหญ่ของมัน ทำให้พืชอวบน้ำบางชนิดสามารถดูดซับน้ำค้างเหล่านี้ได้ พืชอวบน้ำจำนวนมากมีไขเคลือบอยู่บนลำต้น และใบ ช่วยให้สามารถกักความชื้นเอาไว้ได้ นอกจากนี้การมีปริมาตรภายในสำหรับกักเก็บน้ำได้มาก แต่ทีพื้นที่ผิวน้อยที่สุด ก็มีส่วนสำคัญที่ช่วยป้อนกันมาสูญเสียน้ำได้ การสังเคราะห์ด้วยแสงแบบ CAM (Crassulacean acid metabolism) ยังเป็นวิธีการสงวนน้ำเอาไว้ ที่พบได้ทั่วไปในพืชอวบน้ำหลายชนิด พืชพวกแคม (CAM) จะเป็นพืชที่อยู่ในที่ที่แห้งแล้งพวก ซีโรไฟต์ (xerophyte) มักเป็นพืชอวบน้ำ (succulent) เช่น กระบองเพชร กล้วยไม้ อะกาเว สับปะรด และพืชพวกคราสซูลาซีอี (family crassulaceae) ได้แก่ ต้นกุหลาบหิน ต้นคว่ำตายหงายเป็น กลไกการสังเคราะห์ด้วยแสงของพืชกลุ่มนี้จะมีการตรึงคาร์บอนไดออกไซด์ 2 ครั้ง คล้ายๆ กับพืช C4 แต่ต่างเวลากัน โดยมีสารอินทรีย์ที่เป็นตัวรับ HCO3- ซึ่งเป็นการปรับตัวให้ทนอยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีอุณหภูมิสูงและขาดแคลนน้ำได้


รายชื่อสมาชิก

1.นายโทณะวณิก เสาร์แก้ว ม.6/5 เลขที่ 1
2.นายพชร นุชวงค์ ม.6/5 เลขที่ 4 *
3.นายพิชเยศ วีรชัยเดชอุดม ม.6/5 เลขที่ 5 **
4.นายพิทักษ์ พิณประภัสร์ ม.6/5 เลขที่ 6 **
5.นายเกียรติศักดิ์ สีเลื่อม ม.6/5 เลขที่ 7  **
6.นายอาทิตย์ เรืองฤทธิ์ ม.6/5 เลขที่ 11 *
7.นายวรเดช สกุลวรกานต์ ม.6/5 เลขที่ 13  *